[พี่ มศว ชวนน้องรีวิว] ประสบการณ์พีคๆ ในวันสอบสัมภาษณ์รับตรง มศว!

พรุ่งนี้แล้ว! ที่จะถึงวันสอบสัมภาษณ์รอบแอดมิชชั่นกลางของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วันนี้เลยขอนำประสบการณ์การสอบสัมภาษณ์ของเพื่อนรอบรับตรงมาฝากกัน ให้ได้ผ่านกันเพลินๆ เพื่อลดอาการตื่นเต้นก่อนถึงวันพรุ่งนี้..

โดยตัวแทนของเพื่อนรอบรับตรงที่มาแชร์ประสบการณ์การสอบสัมภาษณ์  มาจากเอกประวัติศาสตร์ คือน้องโบว์นั่นเอง.. จะเป็นอย่างไร มาติดตามกัน 😉

สำหรับน้องๆ หรือรุ่นพี่คนไหน อยางแบ่งปันประสบการณ์ หรือเล่าเรื่องราวต่างๆ ภายใน มศว ลงในเว็บไซต์นี้.. พี่ มศว พาน้องสอบ เปิดพื้นที่ให้ชาว มศว ทุกคน! สามารถเขียนเรื่องราวพร้อมรูปภาพ ส่งมาให้แอดมินได้ที่ seniorswu@gmail.com 😉

เราจะมารีวิวสอบสัมภาษณ์ที่ มศว. ヾ (>∀<☆ヾ)

ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนนะ เราชื่อโบว์น้าา อยู่คณะสังคมศาสตร์ เอกประวัติศาสตร์ (≧∇≦)!!!

วันที่มหาวิทยาลัยประกาศผลเรานี่ตะโกนลั่นบ้านเลยว่า “มีที่เรียนแล้วเว้ยย!!! (っ´▽`)っ)” เราก็รีบเตรียมเอกสารประกอบการสัมภาษณ์ก่อนเลย ตรงนี้อยากแนะนำเพื่อนๆ ให้เช็คให้ครบถ้วนด้วยนะ ถ้าเอกสารไม่ครบมันจะยุ่งยากเนอะ และอาจไม่ได้เข้าห้องสอบสัมภาษณ์ด้วย

ยอมรับเลยพอรู้ว่าติด เราไม่หาเลยนะว่าเค้าสัมภาษณ์กันยังไง สัมภาษณ์ยากไหม สัมภาษณ์นานรึเปล่า ประวัติคณะก็ไม่อ่าน คือง่ายๆไปตายเอาดาบหน้า 5555 (((。・-・)从

ก่อนไปสัมวันนึงแม่บอกเราว่า “ห้ามไปดึงหน้าใส่อาจารย์ที่สอบสัมภาษณ์นะ เข้าใจมั้ย?” เรานี่แบบโอเคได้ค่ะแม่.. จะพยายาม (・ε・) .. คือเราเป็นคนที่ดึงหน้าได้ง่ายมาก แสดงอารมณ์ทางสีหน้าเก่ง (ι´Д`)ノ

เช้าวันสอบสัมภาษณ์เราก็ไปกับพี่ ตอนนั้นที่มหาวิทยาลัยคนเยอะมาก… ยอมรับเลยประหม่ามาก อีกทั้งไม่ได้เตรียมตัวสัมภาษณ์มาก่อนเลย

พอไปถึงคณะสังคมศาสตร์ ก็ไปยื่นเอกสาร โชคดีหน่อยรุ่นพี่ที่รับเอกสารเราเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนเรา พี่เค้าก็บอกว่าเราเป็นรุ่นน้องของเพื่อนพี่เค้า มันก็ทำให้เราลดความประหม่าได้หน่อยนึง

พอถึงเวลาพี่เค้าก็พาขึ้นไปที่ชั้น 6 ด้วยความที่ลิฟท์มันช้า พี่เค้าก็พาเราขึ้นบันไดแทนค่ะ *ปาดน้ำตา* (╥ᆺ╥;) ตลอดทางขึ้นทุกคนบ่นมาก แต่เรากลับไม่บ่นเลยคือโรงเรียนเก่าเรามันก็ 5 ชั้นเราเลยชินแล้ว ก็มีที่สอบติดเหมือนกันก็ถามเรา เราก็ตอบบ้างเงียบบ้าง *เอาอินี่ไปเก็บ* หยิ่งเกินไปค่ะ (●⁰౪⁰●)ニヤリ

ตอนไปนั่งในห้องไม่มีคนนั่งข้างเราเลยตอนแรก *ร้องไห้* (TヘTo) แต่พอคนเริ่มเยอะก็มีคนมานั่งข้างเราสองคน พวกพี่เค้าก็ให้แนะนำตัว พอแนะนำตัวเสร็จเราลืมชื่อทุกคนเลย (ปลาทองไปอีก) ŎםŎ;

เราเป็นคิวที่ 19 ตอนนั้นตื่นเต้นมาก กดดันด้วย ทุกๆอย่างคือสั่นไปหมด (。・ˇ_ˇ・。) เราต้องนั่งรอในห้องพักก่อน แล้วจะมีอาจารย์เรียกออกไปห้องสัมภาษณ์ค่ะ

พอถึงตาเราก็ต้องออกไปนั่งรอหน้าห้องสัมภาษณ์แล้ว คนที่สัมภาษณ์เสร็จ ออกมาแล้วก็พูดว่า “เฮ้ย ง่ายมาก แบบโดนถามว่า กลับบ้านยังไง บ้านไกลมั้ย พ่อแม่ทำงานอะไร ทำไมอยากเรียนทีนี้ บลาๆ” นี่ก็ดีใจละเราต้องได้แบบนี้บ้างสิ

เมื่อถึงคิวเรา ตอนเข้าห้องไป มันเย็นมากๆ เย็นจนหนาวเลย (อาจจะคิดไปเองคนเดียว) อาจารย์ที่สัมภาษณ์เรามีทั้งหมดสองคนค่ะ เป็นอาจารย์ผู้หญิงทั้งหมด ตอนเข้าไปไม่กล้ามองหน้าอาจารย์เบาๆ

พอเรานั่งก็ถามเลยค่ะ “ชื่ออะไรน่ะเรา?” นี่ก็แนะนำตัวไป.. ละพีคแรกคือแนะนำตัวไม่จบ อาจารย์ก็ถามว่าเกรดเท่าไหร่ เราก็แบบสั่นๆ ตื่นมากๆ คือตัวเราไม่ได้เตรียมตัวด้วย (อย่าทำตามดีกว่าค่ะ ไม่ดีเลย TwT)

อาจารย์ ก็เริ่มถามคำถามต่อว่ามาจากไหน สอบที่ไหนมาบ้าง นกที่ไหนบ้าง พอช่วงหลังๆ เริ่มถามเร็วขึ้น สมองเริ่มรวน คิดช้าบ้างตอบไม่ทัน เราเอ๋อไปสักพักเลย 5555555 (〃・ิ‿・ิ)ゞ

ต่อไปนี้ จะเป็นคำถามแบบพีคๆ เพื่อนๆ ลองนึกภาพตามกันดูนะ

อาจารย์ : “เราอ่านได้กี่ภาษานะ?”
เรา : “3 ภาษาค่ะ ไทย เกาหลี อังกฤษ”
อาจารย์ : “ไหนแนะนำตัวเป็นภาษาเกาหลีสิ”

พังมากๆถึงตรงนี้ แกกกกกคือลืมไปทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง ช่วง ม.6 เกาหลีคือไม่ได้อ่านไม่ได้สนใจเลย อ่านแต่หนังสือสอบเข้า *กรีดร้องในใจ*щ(ಥ益ಥщ)

เรา : “อ่อ พูดไม่ได้ค่ะ” ถามมาตอบไปค่ะ ฮือออ
อาจารย์ : “เอ้า ไหนว่าอ่านได้ไง..”
เรา : “คือตอนช่วง ม.6 ไม่ได้แตะหนังสือเกาหลีเลยค่ะ อ่านแต่หนังสือเรียน”

คนเป็นติ่งหรือคนที่เรียนภาษาที่สามด้วยตัวเองจะเข้าใจค่ะ คือถ้ามันไม่ได้ฝึกนานๆมันจะลืมค่ะ ละเราไม่ได้แตะมันเลยเกือบปี ศิลปินที่รักก็ไม่ได้ตาม ทวิตเตอร์ก็เข้าบ้างไม่เข้าบ้าง *ร้องไห้* สุดท้าย อาจารย์ก็ผ่านมันไป.. หากอาจารย์มาอ่านอยากบอกว่าหนูไม่ได้โกหกจริงๆ นะอาจารย์.. หนูลืม

อาจารย์ : “แล้วรู้ไหมว่านายกเกาหลีใต้เป็นใคร” //ไม่รู้เลยค่ะ จะเดาสุ่มก็ไม่ได้ เลยนึกถึงคำพูดที่ทุกๆคนบอกกันมาว่า ไม่รู้อะไรให้ตอบไม่ทราบ 55555555
เรา : “ไม่ทราบค่ะ หนูรู้แต่ของเกาหลีเหนือ”

อาจารย์ก็ทำหน้างงๆแล้วถามต่อว่า

อาจารย์ : “งั้นเกาหลีเหนือเป็นใคร”
เรา : “คิมจองอิลค่ะ”

คือเกาหลีเหนือดังกว่า และทรงผมที่ติดตาตรึงใจ เราเลยจำได้ ~(•ε • ~)

อาจารย์ : “อ่าว เกาหลียังเหนือยังรู้เลยทำไมเกาหลีใต้ไม่รู้ละ ไหนว่าชอบเกาหลีไง”
เรา : “อ่อ ชอบศิลปินค่ะ ไม่ได้ชอบสังคมที่นั่น เลยไม่รู้ว่านายกเป็นใคร”

หน้าอาจารย์สัมภาษณ์ดูตกใจนิดหน่อย พอตอบปุ๊ปความรู้สึกอยากวิ่งออกจากห้องถาโถมมาก ฮือออ แบบแก นี่ฉันตอบอะไรไป หวีดมากตอนนั้นน ㅠㅁㅠ แต่หลายๆ คนบอกมาว่า ถ้าถามอะไรให้ตอบตรงๆ เราก็ตอบตรงๆ อาจารย์ก็นิ่งสตั้นท์ไปสักพักเลยค่ะ ฮืออ หลังจากนั้นอาจารย์อีกคนเลยเป็นฝ่ายถามแทน

อาจารย์ : “เรารู้ไหม ทำไมถึงมีเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้”
เรา : “เป็นเพราะสงครามเย็นค่ะ”

พอถึงตรงนี้ค่อยใจชื้นยังพอมีความรู้อยู่บ้าง หลังจากนั้นอาจารย์ก็ถามไปเรื่อยๆว่าเกิดจากอะไรเกิดขึ้นได้ยังไง ตรงนี้เรารู้มาอยู่แล้วนะ ตอนม.6 เรียนมา ส่วนใครที่ไม่รู้ไม่แนะนำให้แถค่ะ นอกจากสีข้างถลอก
ไม่พอ อาจารย์จะยิ่งถามลึกๆ เข้าไปอีกนะคะ ถ้าเป็นแบบนั้นตัวเราจะแย่เอาน้า พอถามไปเรื่อยๆก็เจอคำถาม

อาจารย์ : “ในวิชาสังคมชอบอะไรสุด”
เรา : “กฎหมายค่ะ” // คือจริงๆแล้วเราไปสอบนิติมธ.มา แต่เรานกค่ะ *ปาดน้ำตา* ㅠㅁㅠ
อาจารย์ : “อ่ออ แล้วรู้ไหมคณะนี้ภาษาอังกฤษคืออะไร”

จบคำถามนี้เงิบค่ะ.. ไม่รู้เลยไม่รู้จริงๆ รู้แค่แบบสังคม คือ social คณะคือ faculty แต่ถ้าให้เสี่ยงตอบไปเราคิดว่าไม่ดีกว่า

เรา : “ไม่ทราบค่ะ”

หน้าอาจารย์ดูแบบอึ้งๆเลยงะ นี่แบบตายละไม่น่าติดแน่ๆจะมาคณะเค้าไม่รู้ว่าคืออะไร อาจารย์ก็ถามต่อนะคะว่าไม่รู้เลยหรอ คือนี่ไม่รู้จริงๆค่ะละตอนนั้นสมองเราประมวลผลไม่ทันด้วย ทั้งเกร็งทั้งกดดัน ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ อาจารย์ก็ถามต่อเลย(゚Д゚;≡;゚Д゚)

อาจารย์ : “แล้วคณะนิติศาสตร์ละ”
เรา : “faculty of law ค่ะ” //จำได้ว่าตอบไปไวมากตอบเหมือนคนไม่ได้คิดเลย ŎםŎ;
อาจารย์ : “แล้วนักกฎหมายละ”

เชื่อไหมคะ คำถามนี้เราตอบไม่ได้เลย ;—; ไม่รู้เป็นเพราะอะไรเหมือนกันทั้งๆที่มันคือ lawyer แท้ๆ

เรา : “*ตะกุกตะกัก* ไม่ทราบค่ะ”

พอเราตอบแบนี้ไปคืออาจารย์สัมภาษณ์ตกใจเลย แล้วถามว่าไม่ได้จริงๆหรอ เราก็ตอบไปไม่ได้ค่ะ
ตอนนั้นคิดอย่างเดียวถ้าถามมาอีกคำถามเราจะร้องไห้แล้วแต่สุดท้ายอาจารย์ก็ยังถามต่ออีกคำถามค่ะ ถามว่าถ้าได้เอาไหม นี่ก็ตอบไปเลยเอาค่ะ อาจารย์ก็ถามอีก แน่ใจนะ เราก็แบบแน่ใจค่ะ ตอบไปน้ำตาจะไหลไป T^T

แต่คือมันกดดันมากๆ ขนาดคนข้างๆเรามาช้ากว่าเรายังออกไปก่อนเราเลย แต่สุดท้ายอาจารย์ก็บอกว่าให้กลับไปคิดๆดูว่าที่ถามไปคืออะไร แล้วก็ปล่อยเราไป เรานี่แทบวิ่ง พอกำลังจะเปิดประตูเรานึกคำว่า lawyer ออกเฉยเลย (เสียดายแรงงง) เหมือนตอนนั้นมันกดดันจนคิดอะไรไม่ออกแล้ว แต่พอออกมาแล้วเราก็โล่งมากๆ เลย

พอกลับไปเล่าให้แม่ฟัง แม่นี่เป็นแม่ แม่จะไม่ให้ติดนะไปตอบยังงี้ เราก็กลัวเหมือนกันนะคะ แต่พี่เราก็บอกติดดิ ตอบตรงๆ เราไม่ผิดหรอก คนอื่นที่อ่านมาถึงตรงนี้อาจจะมองว่าเราไปกวนรึเปล่า จริงๆแล้วเราไม่ได้มีเจตนาจะกวนอาจารย์เลยค่ะ เราตอบตามสิ่งที่เราคิดตามนิสัยที่เราเป็น

พอวันประกาศผล..

.. เราติดตัวจริงค่ะ *จุดพลุ*

ดีใจมากกก ヾ(≧▽≦)ノ

พ่อแม่ก็ภูมิใจเราก็ดีใจ สุดท้ายเราไม่รู้เพื่อนๆ จะเข้ามาอ่านกันมั้ย แต่อยากให้รู้ไว้ว่า ถ้าเราตอบไม่ได้คือไม่ได้ ไม่ต้องแถค่ะเปลืองเวลา ถ้าได้ก็ตอบไปแบบมั่นใจไปเลย

อย่าไปคิดคำพูดที่ไม่ใช่ตัวเรา เพราะคำพูดพวกนั้นมันคือการปรุงแต่งออกมา เราอาจจะไม่ติดก็ได้นะคะ เอาที่เราเป็นตัวเรา สิ่งสำคัญอีกสิ่งคือนี่คือคำแนะนำทุกคนไม่จำเป็นต้องทำตามหรือลอกเลียนแบบว่าตอบแบบนี้ติดแน่ๆ ไม่จริงหรอกค่ะ

ตอนเราติดแล้วมีไลน์กลุ่ม เพื่อนบางคนตอบยาวมากๆเล่าได้ทุกอย่าง ยังติดสำรองเลย อะไรๆมันก็ไม่แน่นอนเนอะ ทำของตัวเองให้ดีที่สุดดีกว่า ถึงตรงนี้แล้วเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนๆที่จะไปสัมภาษณ์หรือน้องๆที่เข้ามาอ่านเพื่อเตรียมตัวกันนะ สู้ๆ เราเชื่อว่าจะผ่านไปได้ ฮึ้บบ ψ≧∪≦ψ

พี่ มศว พาน้องสอบ

พี่ มศว พาน้องสอบ

ก้าวแรกสู่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ