[รู้รอบโลก] เมื่อ อังกฤษ ออกจาก EU #Brexit

ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานี้ มีข่าวที่น่าสนใจระดับโลกอยู่ 1 ข่าว นั่นคือการลงประชามติให้ สหราชอาณาจักร (หรือ UK) ออกจาก สหภาพยุโรป (หรือ EU) โดยมีผู้โหวตให้ออก 51.9% และขอให้อยู่ต่อ 48.1% .. เชื่อว่าหลายคนคงสงสัยกันว่าทำไมถึงออก พี่ มศว พาน้องสอบขอสรุปให้ได้ทราบกันจ้า 😉

brexit_1
via http://www.bbc.com/news/politics/eu_referendum/results

EU คืออะไร?

EU ย่อมาจาก European Union หรือ สหภาพยุโรป เป็นสหภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง มีหน้าที่กำหนดทิศทางทางการเมืองและนโยบายสำคัญๆ, ปกป้องผลประโยชน์, การพิจารณาร่างกฎหมาย เป็นต้น มีสมาชิกทั้งหมด 28 ประเทศ

ทำไมถึงอยากออกจาก EU

เนื่องจากอังกฤษนั้นต้องเสียค่าสมาชิกรายปี ให้กับ EU ปีละสองหมื่นล้าน รวมทั้งปัญหาผู้อพยพและผู้ลี้ภัย โดยเฉพาะผู้ที่ลี้ภัยจากสงคราม (เพราะผู้ลี้ภัยจำนวนหนึ่ง เข้ามาก่อปัญหาในประเทศ) และในเรื่องที่สภายุโรปนั้นสามารถออกกฎหมายบังคับประเทศสมาชิกได้

ซึ่งประเด็นทั้งหมดเป็นเรื่องที่ถูกหยิบยกพูดคุยมาหลายครั้งแล้ว จนนายเดวิด คาเมรอน ให้สัญญาว่าหากตนได้รับตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี จะมีการจัดทำประชามติในเรื่องนี้นั่นเอง เพื่อปฏิรูปข้อกำหนดสหภาพยุโรป และขอเงื่อนไขที่ดีขึ้นต่ออังกฤษ

via http://www.telegraph.co.uk/news/newstopics/eureferendum/11610588/EU-referendum-1.5-million-foreigners-could-get-to-vote.html
via http://www.telegraph.co.uk/news/newstopics/eureferendum/11610588/EU-referendum-1.5-million-foreigners-could-get-to-vote.html

ความเห็นของทั้งสองฝั่ง

เนื่องจากอังกฤษมีเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของโลก แถมเป็นประเทศที่อินดี้ไม่ทำตาม EU อยู่หลายๆ เรื่อง (เช่น ประเทศอื่นๆ ใน EU ต้องใช้สกุลเงินยูโร แต่อังกฤษใช้เงินปอนด์ หรือจะเข้าประเทศยุโรปต้องใช้วีซ่าเชงเก้น แต่ในอังกฤษก็ใช้วีซ่าของประเทศตนเอง) จึงเหมือนมีเกราะป้องกันตัวอยู่แล้ว

ในมุมมองของฝั่งที่อยากให้ออก นั่นคือการที่อังกฤษต้องจ่ายค่าสมาชิกจำนวนมาก ทำไมไม่นำเงินจำนวนนี้มาพัฒนาประเทศแทน ไหนจะเรื่องผู้ลี้ภัยที่มาก่อปัญหาในประเทศ แย่งสวัสดิการไปอีก แถมอังกฤษต้องเปิดรับคนอพยพตามนโยบายของ EU อีกด้วย ยังไม่รวมถึงแรงงานและการทำงานที่สามารถย้ายถิ่นฐานไปทำงานอีกประเทศหนึ่งได้อย่างสะดวก ซึ่งโดนมองว่ามาแย่งงาน ทำให้คนอังกฤษตกงานนั่นเอง และมองว่าสูญเสียอำนาจการปกครองไปเพราะ EU สามารถบังคับได้

ส่วนมุมที่อยากให้อยู่ต่อนั้นก็มองในอีกมุมหนึ่ง เพราะเงินค่าสมาชิกที่จ่ายไป ก็ถูกกลับมาสนับสนุนเศรษฐกิจของอังกฤษอยู่ดี (แต่เหลือปีละหกพันกว่าล้านเท่านั้น) ในแรงงานและผู้ลี้ภัยถูกมองว่าเป็นการหนุนเศรษฐกิจ แรงงานที่รับเจ้ามาจาก EU ก็เก่งและฉลาดอยู่แล้ว (หากออกจาก EU ก็ต้องจ้างขาวต่างชาติอยู่ดี) ส่วนผู้ลี้ภัยสงคราม เนื่องจากอังกฤษมีการควบคุมพรมแดนที่เข้มงวดอยู่แล้ว.. ไหนจะเรื่องการส่งออก เพราะหากออกมาแล้วก็ต้องนับหนึ่งใหม่ ในการส่งตัวแทนไปเจรจาใหม่อีกที

สถานการณ์หลังจากประชามติ

สำหรับผลการลงประชามติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานั้น ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนส่วนใหญ่ในกรุงลอนดอน สกอตแลนด์ และไอร์แลนด์เหนือต่างต้องการให้สหราชอาณาจักร หรืออังกฤษเป็นสมาชิกอียูต่อไป

แต่พอผลที่ออกมาเป็นให้ออก ค่าเงินปอนด์ก็อ่อนลงทันที ต่ำสุดในรอบ 30 ปี, หุ้นหลายๆ ตัวก็ตกและติดลบแดง, ถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือจนเหลือระดับติดลบ รวมทั้งตัวนายกเดวิด คาเมรอน ก็ประกาศลาออกภายในเดือนตุลาคม (เนื่องจากนายกเดวิดเป็นผู้สนับสนุนให้อังกฤษอยู่ใน EU ต่อ การที่ประชามติออกมาให้ออกนั้นตนอาจไม่เหมาะสมในการนำพาประเทศต่อไปได้)

ส่วนแกนนำ EU ก็ออกมาพูดว่า “หวังว่าอังกฤษจะเริ่มกระบวนการแยกตัวจากอียูโดยเร็วที่สุด” (ให้อารมณ์ประมาณว่า ไม่อยากอยู่กับฉันนักก็อออกไปเลย..)

หากมาสังเกตุผลประชามติและแยกตามอายุจะพบว่า วัยรุ่น กลุ่มคนรุ่นใหม่ และวัยทำงานอยากให้อังกฤษอยู่ต่อไป และมีอาการและแสดงความไม่พอใจที่กลุ่มคนวัยเกษียณและใกล้เกษียณ (ที่มีจำนวนมากกว่า) มาเลือกให้ออกและตัดสินประเทศให้ออก ทั้งๆ ที่อยู่อีกไม่นาน ต่างจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องอยู่เผชิญชะตากรรมของประเทศต่อไป โดยตอนนี้ คนกว่าล้านคนลงชื่อร้องขอให้จัดลงประชามติใหม่อีกครั้งจนเว็บไซต์ล่มไปเลย อีกทั้งเป็นการลงชื่อเรียกร้องที่มีคนเข้าร่วมมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

คาดว่าสาเหตุที่การโต้เถียงกัน (และการแสดงออกถึงความไม่พอใจ) นั้นมาจาก ความห่างของผลคะแนนที่ต่างกันไม่กี่เปอร์เซ็นเท่านั้น

ในทวิตเตอร์ #brexit (ย่อมาจาก Britain+Exit) มีการทวีตแสดงความเห็นมากกว่า 2 ล้านทวีต ขึ้นเทรนอันดับหนึ่งติดต่อกันมาหลายวัน โดยส่วนใหญ่จะเป็นการแปลกใจ ไม่พอใจ รวมถึงเสียดสี ทั้งในรูปแบบข้อความ หรือภาพมีมต่างๆ

มาดูฝั่งสกอตแลนด์บ้าง.. ถึงแม้จะอยู่ในสหราชอาณาจักร แต่ก็ไม่ยอมรับกับผลประชามติที่ออกมา นายนิโคลา สเตอร์เจียน นายกสก็อตแลนด์จึงเรียกประชุม และต้องการปกป้องสถานะ โดยมีความเป็นไปได้สูงว่าจะมีการลงประชามตือีกครั้ง เพื่อแยกสก็อตแลนด์ออกจากสหราชอาณาจักรและอยู่ใน EU ต่อไป

และยังมีประชาชนอีกกว่า 1 แสนคนลงนามในคำร้องอีกฉบับ เพื่อให้กรุงลอนดอนแยกตัวออกจากสหราชอาณาจักร แล้วไปสมัครอยู่กับ EU เนื่องจากลอนดอนเป็นเมืองนานาชาติ และอยากให้เป็นเมืองนานาชาติตลอดไป

ดูเหมือนว่าความวุ่นวายนี้จะไม่จบลงง่ายๆ ซะแล้ว..

ผลกระทบที่มีต่อไทย

มีหลายคนถามว่ามีผลกระทบต่อไทยโดยตรงไหม.. ก็เรียกว่าไม่กระทบมากนัก (ถ้าคนที่ไม่ไปอังกฤษช่วงนี้ หรือต้องการแลกเงินปอนด์) เนื่องจากอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้บอกว่า “จะไม่กระทบการเจรจาทางการค้ากับ EU เพราะได้หยุดเจรจาตั้งแต่ไทยมีการทำรัฐประหารแล้ว”..


ที่มา :

  • https://www.facebook.com/BBCThai/
  • http://www.bbc.com/news/politics/eu_referendum/results
  • https://www.facebook.com/in.one.zaroop/posts/1733023086972840
พี่ มศว พาน้องสอบ

พี่ มศว พาน้องสอบ

ก้าวแรกสู่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ